โอบามาเริ่มแก้’หน้าผาการคลัง’แต่รีพับลิกันในสภายังแข็งกร้าว

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เดินทางกลับไปยังทำเนียบขาวในวันพุธ(7) พร้อมด้วยกำลังใจที่เพิ่มพูนจากชัยชนะได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองอย่างน่าตื่นตะลึง และเริ่มแสดงท่าทีท้าทายพวกปรปักษ์ชาวรีพับลิกันของเขาในรัฐสภา ให้ร่วมกันทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ “หน้าผาการคลัง” ซึ่งทำท่าจะฉุดดึงเศรษฐกิจอเมริกากลับสู่ภาวะถดถอย อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของนักการเมืองฝ่ายค้านบ่งบอกให้เห็นว่า การแตกแยกแบ่งขั้วทางการเมืองในสหรัฐฯยังอยู่ในสภาพหนักหนาสาหัส

ถึงแม้ได้ชัยชนะเด็ดขาดเหนือ มิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งเมื่อวันอังคาร (6) แต่โอบามายังต้องเร่งรีบเจรจากับบรรดาผู้นำรัฐสภาของพรรคนี้ ซึ่งยังครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผ่าทางตันการแบ่งขั้วแบ่งข้างอย่างชัดเจนในฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สร้างปัญหาติดขัดให้แก่การเดินหน้านโยบายสำคัญๆ ของเขา มาตลอดสมัยแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ขณะที่โอบามาสามารถสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับโอกาสอีกครั้งจากประชาชน แม้อัตราว่างงานในประเทศสูงลิบกว่า 7% และเศรษฐกิจฟื้นตัวด้วยอาการกะปลกกะเปลี้ย ทว่าชาวอเมริกันยังคงรักษาสถานะเดิม ด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ขณะที่เดโมแครตกุมอำนาจในวุฒิสภา ทำให้รีพับลิกันยังคงสามารถยับยั้งกฎหมายของประธานาธิบดีตั้งแต่เรื่องภาษีจนถึงการปฏิรูประบบผู้อพยพ

ปัญหาที่รุมเร้าโอบามาตลอดสมัยแรกยังคงไม่หนีหายไปไหน นั่นคือการจัดการกับยอดขาดดุลงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และการรับมือหนี้สาธารณะที่ไต่สูงเรื่อยๆ จนถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ต้องทำการยกเครื่องโครงการด้านสังคม อย่างเช่น ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งต้องมีการใช้จ่ายสูง

ความกังวลเฉพาะหน้าที่สุดของประธานาธิบดีจากเดโมแครตผู้นี้คือ “หน้าผาการคลัง” ซึ่งหมายถึงการที่บรรดามาตรการลดภาษีและการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้กันมาหลายปี กำลังจะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้ และหากรัฐสภาไม่มีมาตรการใหม่ๆ ออกมา ก็จะต้องมีการขึ้นภาษีและตัดการใช้จ่ายโดยอัตโนมัติในวันที่ 1 มกราคม ศกหน้า ซึ่งคำนวณกันว่าจะสูบเงินออกจากระบบเศรษฐกิจถึง 600,000 ล้านดอลลาร์ และอาจทำลายการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หรือกระทั่งทำให้เศรษฐกิจกลับสู่ภาวะถดถอย

ด้วยเหตุนี้ ก่อนออกจากชิคาโกและกลับสู่ทำเนียบขาวในวันพุธ โอบามาจึงโทรศัพท์พูดคุยกับ จอห์น โบเนอร์ ประธานสภาล่าง และมิตช์ แมกคอนเนลล์ ผู้นำรีพับลิกันในสภาสูง เพื่อหาทางประนีประนอมและหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยว่า โอบามาย้ำความมุ่งมั่นในการหาทางออกเพื่อลดยอดขาดดุลในแนวทางแบบสมดุล โดยที่ต้องการลดภาษีชนชั้นกลางและธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งสร้างงาน ขณะที่ขึ้นภาษีกับคนร่ำรวย ทั้งนี้เขาเชื่อว่า การได้รับเลือกเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกสมัยหมายความว่า ชาวอเมริกันต้องการส่งสัญญาณว่า ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันต้องละวางผลประโยชน์และแนวความคิดของตนเอง แล้วให้ความสำคัญแก่เศรษฐกิจของประเทศชาติเป็นอันดับแรก

โอบามานั้นผลักดันการขึ้นภาษีชาวอเมริกันที่มีรายได้ 250,000 ดอลลาร์ขึ้นไป เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางแบบสมดุลในการลดการขาดดุล ทว่าที่เป็นแนวทางซึ่งรีพับลิกันคัดค้านหนัก

กระทั่งในการแถลงข่าวล่าสุดเมื่อวันพุธ โบเนอร์ยังยืนยันจุดยืนเดิมคือ จะไม่ยอมอ่อนข้อเรื่องยอมให้มีการขึ้นภาษี แต่จะพิจารณาเรื่องแผนการกระตุ้นรายได้เพื่อช่วยลดยอดขาดดุล โดยที่โอบามาต้องเสนอตัดลดงบประมาณรายจ่ายเป็นการแลกเปลี่ยน เป็นการหาทางออกระยะสั้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง ในลักษณะ “การวางเงินดาวน์” ให้แก่การหาทางลดหนี้สาะธารณะระยะยาวในปีหน้าไปด้วย ทั้งนี้ข้อเสนอมุ่งแก้ไขปัญหาแค่เฉพาะหน้าเป็นสำคัญเช่นนี้ เป็นสิ่งที่โอบามายืนกรานปฏิเสธเรื่อยมา

ด้านแมกคอนเนลล์ก็ประกาศไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหลักการแบบอนุรักษนิยม และสำทับว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ได้รับรองพฤติกรรมขาดๆ เกินๆ ของโอบามาในสมัยแรก เพียงแค่อยากต่อเวลาเพื่อให้ทำหน้าที่ในการร่วมมือกับคองเกรสฟื้นสมดุลของวอชิงตัน

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์